เพื่อนใครที่โพสต์ลักษณะนี้ เป็นสัญญาณเตือนว่าเขาอาจจะฆ่าตัวตายได้

ในปีนี้ เราจะเห็นข่าวการฆ่าตัวตายเป็นจำนวนมาก แทบไม่เว้นแต่ละเดือนเลย โดยเฉพาะที่เห็นกันบ่อยคือ นักศึกษาในมหาวิทยาลัย ทีเพิ่งจะมีข่าวไปไม่นาน สาเหตุส่วนใหญ่ก็มาจากโรคซึมเศร้านั่นเอง คนที่ไม่ได้เป็นโรคนี้กับตัว คงไม่รู้หรอก ว่ามันรุนแรงมากขนาดไหน จึงทำให้คนสามารถฆ่าตัวตายได้ และในปัจจุบัน คนก็เป็นโรคนี้กันเยอะมากขึ้น จากสภาพแวดล้อมต่างๆ

คนที่เป็นโรคซึมเศร้า เราแทบจะมองไม่ออกเลย ว่าใครเป็นบ้าง เพราะถ้าดูกันเผินๆ ก็เหมือนกับคนปรกตินั่นเอง ที่ต่อหน้า ก็เห็นยิ้มแย้ม พูดคุยกันอย่างปรกติ แต่ลึกลงไปในใจ ของคนที่เป็นโรคนี้ เราไม่รู้เลยว่า เขาคิดอะไรอยู่ในใจอยู่บ้าง สิ่งที่คนเป็นโรคซึมเศร้ามักแสดงออกมา จากการเล่นโซเชียล เขามักจะโพสต์ลักษณะนี้ ถ้าเราเห็นให้รู้ไว้เลย ว่าเพื่อนเรา กำลังเป็นโรคซึมเศร้าเข้าแล้ว

ชอบโพสต์เกี่ยวกับเรื่องความตายอยู่บ่อยๆ เหมือนกับว่า ไม่อยากจะอยู่บนโลกนี้ต่อไปแล้ว หรือตัดพ้ออะไรพวกนั้น

ชอบโพสต์ว่าตัวเองไร้ค่า อยู่ต่อก็ไม่มีคุณค่าอะไร ไม่ว่าจะเป็นเกี่ยวกับเรื่องของแฟน หรือว่าครอบครัวก็ตาม แม้แต่สังคมที่อยู่

ชอบโพสต์ถึงความผิดหวังของตัวเอง อย่างเช่น ไม่รู้ว่าจะสู้ไปเพื่ออะไร ชีวิตเจอแต่ความล้มเหลวบ่อยๆ มีความรู้สึกว่าตัวเองผิดอยู่เสมอ

ชอบโพสต์เกี่ยวกับความเจ็บปวด กับสิ่งที่กำลังเจออยู่ ไม่ว่าจะเป็นการมีปัญหาที่บ่าน ปัญหากับแฟน หรือว่าเพื่อนรอบข้างก็ตาม

ชอบโพสต์แนวสั่งลา หรือสั่งเสีย ชอบโพสต์แนวเหมือนขออภัยคนนู้น คนนี้ สั่งเสียเรื่องต่างๆ ว่าต่อไปนี้จะไม่มีเหตุการณ์ อะไรอีกแล้ว

ถ้าเราเห็นเพื่อน หรือว่าจะเป็นคนที่เรารู้จักก็ตาม ที่ชอบโพสต์ข้อความลักษณะนี้บ่อยๆ ให้รู้ไว้เลยว่า เขากำลังเป็นโรคซึมเศร้า อาจจะเป็นขั้นรุนแรงแล้วก็ได้ เราต้องหาทางยับยั้งเขาให้ได้ ไม่ให้คิด พยายามอย่าให้เขาอยู่คนเดียว เพราะเสี่ยงมาก ที่เขาจะทำอะไร โดยที่เราคาดไม่ถึง แม้แต่การฆ่าตัวตาย เขาก็ทำได้โดยที่ไม่กลัวเลย

ถ้าเราเห็นคนที่โพสต์ลักษณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน แฟน หรือใครก็ตาม สิ่งที่เราห้ามไปตอบกลับ เวลาเขาโพสต์คือ ห้ามไปท้าทายเขา อย่างเช่น แน่จริงก็ทำสิ อย่าดีแต่พูด หรือ ไม่กล้าทำหรอก อะไรก็ตามที่เป็นการดูถูก จะเป็นสิ่งที่ทำให้เขาตัดสินใจทำได้ การตอบแนวนี้ ถือว่าอันตรายมาก

ถ้าเราเห็นเขาโพสต์ และเรารู้ว่าเป็นโรคซึมเศร้าอยู่ สิ่งที่เราต้องทำคือ การปลอบโยน ปลอบใจ ให้กำลังใจพวกเขา หรืออาจจะพาเขาออกไปเที่ยว เพื่อที่จะให้เขาคลายเครียดก็ได้ ดีกว่าจะให้อยู่คนเดียว เพราะคนที่ป่วยเป็นโรคนี้ ยิ่งปล่อยให้อยู่คนเดียวบ่อยเท่าไหร่ สิ่งที่เราไม่คาดคิด มันอาจจะเกิดขึ้นได้ และอาจจะพาเขาไปพบกับแพทย์ หรือผู้เชี่ยวชาญด้วยก็ได้ ว่าต้องทำอย่างไร ให้เขาหายจากโรคซึมเศร้า ให้กลับมาเป็นปรกติ